#แพทย์เตือน# ใครที่ชอบกินถั่วมากๆ ระวังโรคนี้ให้ดี อันตรายถึงชีวิต รีบเช็คกันเลยย

วันนี้ทางทีมงานสายหวาน จะมาเตือนใครที่ชอบกินถั่วลิสง หรือ ถั่วดิน จัดเป็นพืชตระกูลถั่ว รสหวาน ช่วยบำรุงปอดและกระเพาะอาหาร แก้ไอ ขับปัสสาวะ กระตุ้นน้ำนม เหมาะกับผู้ที่มีอาการไอแห้ง ร่างกายอ่อนแอ และน้ำมันถั่ว ยังมีโปรตีน วิตามิน ชะลอความเสื่อมสภาพของร่างกาย บำรุงสมอง เสริมความจำได้อีกด้วย และบางคนอาจจะกินถั่วลิสง แล้วอาจจะมีอาการที่เรีียกว่า โรคภูมิแพ้ถั่วลิสง แล้วโรคนี้นั้นจะเป็นอย่างไรนั้น ตามไปดูกันเลยครับ
หมายเหตุไม่รับผิดชอบ: เอกสารนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น โปรดปรึกษาแพทย์ของท่านหรือพนักงานอนามัยอื่นๆเพื่อความแน่ใจว่าข้อมูลนี้ใช้ได้กับบุตรของท่าน
โรคภูมิแพ้ถั่วลิสงเป็นอย่างไร?
โรคภูมิแพ้ถั่วลิสงเป็นปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่มีการสัมผัสกับถั่วลิสงหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำด้วยถั่วลิสง เป็นอาการที่เกิด จากภูมิต้านทานการแพ้ไอจีอี (IgE) มีปฏิกิริยาต่อโปรตีนในถั่วลิสง
โรคภูมิแพ้ถั่วลิสงเป็นเรื่องธรรมดาไหม?
จากผลการวิจัยในเร็วๆนี้แสดงว่าในชุมชนชาวตะวันตกเด็ก 1 คนในจำนวน 200 คน (ร้อยละ 0.5 ) มีปฏิกิริยาต่อถั่วลิสงเมื่อ มีอายุราว 5 ปี โดยภาพรวมประมาณร้อยละ 1-2 ของจำนวนประชากรมีปฏิกิริยาทางแพทย์ต่อถั่วลิสง ประมาณร้อยละ 3 ของ เด็กมีผลบวกจากการทดสอบการแพ้ถั่วลิสง (เช่นการทดสอบทางผิวหนัง) แต่เพียงหนึ่งในสามของเด็กเหล่านี้จะเกิดมีปฏิกิริยา เมื่อกินถั่วลิสง โรคภูมิแพ้ถั่วลิสงที่เกิดขึ้นในวัยเด็กแตกต่างกันเป็นอย่างมากในประเทศต่างๆ ออสเตรเลียเป็นประเทศหนึ่งที่โรค ภูมิแพ้ถั่วลิสงเกิดขึ้นค่อนข้างมาก ถ้าบุตรของท่านแสดงผลบวกในการทดสอบการแพ้แต่ไม่เคยกินถั่วลิสงเลย แพทย์ของท่านจะเป็นผู้วินิจฉัยว่าจะมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาได้หรือไม่ถ้าบุตรของท่านสัมผัสกับถั่วลิสงหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วลิสง
อาการของโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงเป็นอย่างไร?
ส่วนใหญ่ของปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่มีต่อถั่วลิสงไม่รุนแรง มีลักษณะเป็นลมพิษรอบปากในบริเวณที่ถั่วลิสงสัมผัสผิวหนัง หรือเป็นลมพิษวงกว้างกว่าในส่วนอื่นๆของร่างกาย อาการที่เกิดมากอีกอย่างหนึ่งคือปวดท้องและอาเจียนซึ่งจะเกิดขึ้นไม่นานหลังกินผลิตภัณฑ์ที่ทำจากถั่วลิสง เด็กที่แพ้มากอาจมีอาการไอ หอบ หายใจไม่สะดวกหรือมีเสียงแหบแห้งเนื่องจากปฏิกิริยาแพ้ที่เกิด ขึ้นในช่องทางลม ในกรณีที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงส่วนมากอาจทำให้ล้มพับลงและหมดสติได้ ไม่บ่อยนักที่ผู้มีอาการแพ้รุนแรงมากถึงเสียชีวิตเนื่อง จากมีปฏิกิริยาภูมิแพ้อย่างหนัก ที่มีชื่อเรียกว่าอนาฟีแล็กซิส
มีวิธีการวิเคราะห์โรคภูมิแพ้ถั่วลิสงอย่างไร?


ในกรณีที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่เคล็ดที่แสดงว่าเป็นโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงก็คือ อาการแพ้จะเริ่มขึ้นไม่นานหลังจากได้สัมผัสผลิตภัณฑ์จากถั่วลิสง จะทราบได้แน่ว่ามีภูมิต้านทานการแพ้ไอจีอี (IgE) ต่อถั่วลิสง ก็โดยการทำทดสอบภูมิแพ้ที่ผิวหนัง หรือการตรวจเลือด(ที่เรียกว่าการทดสอบ RAST) เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องระลึกว่าไม่ใช่เด็กทุกคนที่ได้ผลในการตรวจภูมิแพ้เป็นบวก จะเกิดมีอาการแพ้เมื่อสัมผัสผลิตภัณฑ์ถั่วลิสง ควรปรึกษากับแพทย์ของท่านในการตีความหมายของการทดสอบ ในบางกรณีอาจมีความจำเป็นที่ต้องทำการยืนยันหรือยกเลิกว่ามีภูมิแพ้ถั่วลิสงโดยใช้วิธีการท้าทายให้กินอาหารที่มีถั่วลิสงที่โรงพยาบาล แพทย์ของบุตรท่านจะปรึกษาเรื่องนี้กับท่านถ้าคิดว่ามีความจำเป็นต้องทำ
จะหลีกเลี่ยงไม่ให้บุตรของข้าพเจ้าสัมผัสกับถั่วลิสงได้อย่างไร?
ถั่วลิสงมีอยู่ในอาหารต่างๆที่เราไม่ได้คาดคิดว่าจะมีจะเป็นประโยชน์ถ้ารู้ว่าจะคอยดูมันที่ไหนบ้าง เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใช้สามัญสำนึกและอ่านป้ายส่วนประกอบอาหารอย่างระมัดระวัง
หลีกเลี่ยงอาหารต่างๆที่ประกอบด้วยเครื่องปรุงดังต่อไปนี้ :
ถั่วลิสง ถั่วบดต่างๆ ถั่วลิสงคั่วทั้งเปลือกใส่เกลือ ถั่วลิสงที่ยังมีเปลือกแข็ง
น้ำมันถั่วลิสง – ที่ผลิตโดยการกดขณะถั่วเย็น การรีด หรือการขับออก (หมายเหตุ – น้ำมันอราคิสคือน้ำมันถั่วลิสง)
น้ำมันถั่วลิสงที่กลั่นด้วยคุณภาพดีมักไม่ก่อให้เกิดมีปฏิกิริยาแก่ผู้ที่แพ้ถั่วลิสง
ผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงทั้งหมด เช่นเนยถั่วลิสง
ถั่วลิสงบุบ/บด- ในน้ำจิ้มหรือที่เคลือบอาหาร (ขนมเค็ก ขนมปังก้อน ไอสครีม) น้ำจิ้มสะเต๊ะ น้ำจิ้มถั่วลิสง


น้ำมันถั่วลิสงเป็นอันตรายไหม?
ปัญหาของโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงคือแพ้โปรตีนไม่ใช่แพ้น้ำมัน (ไขมัน) ในถั่วลิสง ในการวิจัยย่อยๆพบว่าน้ำมันถั่วลิสงกลั่นเป็นสิ่งปลอดภัย น้ำมันถั่วลิสงที่ผลิตโดยการกดขณะถั่วเย็นมีโปรตีนถั่วลิสงซึ่งควรหลีกเลี่ยง นับว่าค่อนข้างยากที่จะรับประกันว่าน้ำมันนั้นกลั่นโดยเอาร่องรอยของโปรตีนถั่วลิสงออกจนหมด บ่อยครั้งจึงมีคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงน้ำมันถั่วลิสง โดยเฉพาะแก่ผู้ที่เคยมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรงขนาดคุกคามชีวิตมาแล้ว
ควรทำอย่างไรกับอาหารที่มีป้ายระบุว่า“อาจมีร่องรอยของถั่วลิสง”?

อาหารหลายอย่างมีคำเตือนอยู่บนป้ายว่า “อาจมีร่องรอยของถั่วลิสง” ซึ่งตามปกติแล้วแสดงว่าอาหารนั้นผลิตขึ้นในสถานที่ๆ ทำการผลิตอาหารที่มีถั่วลิสงเป็นส่วนประกอบ อย่างไรก็ตามอาหารนั้นไม่มีถั่วลิสง ปรึกษากับแพทย์ของท่านว่าควรทำอย่างไรกับอาหารเหล่านี้


บุตรของข้าพเจ้าควรหลีกเลี่ยงถั่วชนิดอื่นๆไหม?
บ่อยครั้งที่เด็กๆอาจเกิดปฏิกิริยากับถั่วชนิดต่างๆ มักจะมีการตรวจถั่วต่างๆด้วยในการทดสอบที่ผิวหนัง แพทย์ของท่านอาจ แนะนำให้บุตรของท่านหลีกเลี่ยงถั่วทุกชนิด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลการทดสอบของบุตรท่าน ประเภทของอาการแพ้และประวัติสุขภาพของครอบครัว เป็นสิ่งสำคัญที่ควรปรึกษาเรื่องนี้กับแพทย์ของบุตรท่าน การเจือปนอาจเกิดขึ้นภายในโรงงานที่ทำการผลิตถั่วต่างๆหลายชนิด ดังนั้นตามปกติการหลีกเลี่ยงถั่วทุกชนิดจึงเป็นวิธีปฏิบัติที่ปลอดภัยที่สุด
เอปิเพน (EpiPen)คืออะไร?
เอปิเพนคืออุปกรณ์ยามฉุกเฉินที่ใช้ฉีดยาอเดรนาลีนเข้ากล้ามเนื้อใต้ผิวหนัง เป็นวิธีการที่ใช้รักษาปฏิกิริยาแพ้ผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงอย่างรุนแรง ยาอเดรนาลีนแก้ปฏิกริยาแพ้อย่างรุนแรงและสามารถช่วยชีวิตได้ อนาเพนเป็นอีกแบบหนึ่งของหลอดฉีดยาอเดรนาลีนอัตโนมัติ
บุตรของข้าพเจ้าควรจะมีเอปิเพนติดตัวไหม?
ผู้รักษาโรคภูมิแพ้ทุกคนเห็นชอบว่าเด็กๆที่มีปฏิกิริยารุนแรงต่อถั่วลิสง โดยเกี่ยวกับระบบการหายใจควรมีเอปิเพนติดตัว ส่วนความจำเป็นของเด็กอื่นๆที่ควรมีเอปิเพนติดตัวหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ซึ่งควรปรึกษากับแพทย์ของท่าน ถ้าท่านใช้เอปิเพน เป็นสิ่งสำคัญมากที่ท่านต้องเข้าใจวิธี ใช้และมีแผนปฏิบัติอนาฟีแล็กซิสเป็นลายลักษณ์อักษรที่แพทย์ของท่านได้จัดทำไว้ให้
เมื่อบุตรของข้าพเจ้าเจริญวัยขึ้นจะหายจากโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงได้ไหม?
ในจำนวนเด็กส่วนมาก (ร้อยละ 80 ) ที่เป็นโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงเมื่ออายุน้อยกว่า 5 ปี ภูมิแพ้จะคงอยู่ต่อมาในวัยเด็ก อย่างไรก็ตาม จำนวนร้อยละ 20 ของเด็กเมื่อเจริญวัยขึ้นจะหายจากโรคภูมิแพ้บรรดาเด็กที่มีปฏิกริยาแพ้รุน แรงกว่าที่เกี่ยวกับปัญหาการหายใจเมื่อเจริญวัยขึ้นจะหายจากโรคภูมิแพ้ได้น้อยกว่าเด็กที่มีปฏิกิริยาอ่อนกว่า บางครั้งแพทย์ของท่านสามารถกำหนดได้ว่ายังคงมีโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงอยู่หรือไม่โดยการติดตามดูการทดสอบโรคภูมิแพ้ทุก 12 เดือนหรือราวๆนั้นโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงจะกลับมาอีกหรือไม่หลังจากที่บุตรของข้าพเจ้าเจริญวัย
และหายแล้ว?
เกือบจะทุกรายเมื่อเด็กเจริญวัยและหายจากโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงแล้ว โรคจะ ไม่กลับมาอีก น้อยรายมากที่โรคภูมิแพ้จะกลับมามีความเห็นว่าโรคภูมิแพ้อาจจะกลับมาถ้ายังคงพยายามหลีกเลี่ยงถั่วลิสงหรือผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงหลังจากที่เด็กเจริญวัยและหายจากโรคภูมิแพ้แล้ว ด้วยเหตุนี้แพทย์อาจแนะนำให้บุตรของท่านบริโภคผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงบ้างหลายครั้งในหนึ่งสัปดาห์บุตรของข้าพเจ้าอาจจะเกิดปฏิกริยาแพ้รุนแรงจากการสัมผัสฉาบฉวยกับผลิตภัณฑ์


ถั่วลิสงที่อยู่ตามโต๊ะ ที่มือของเด็กคนอื่นๆ หรือโดยการดมกลิ่นถั่วลิสงไหม?
ไม่เกิด ปฏิกิริยาแพ้รุนแรงจากการสัมผัสฉาบฉวยเกิดค่อนข้างยากมาก ผลการวิจัยเมื่อเร็วๆนี้แสดงว่าการทาเนยถั่วลิสงที่ผิวหนังไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยารุนแรงแต่อย่างใดในกลุ่มเด็กที่มีอาการแพ้ถั่วลิสง
ข้าพเจ้าจะป้องกันโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงไม่ให้เกิดกับบุตรคนต่อไปได้ไหม?
ยังไม่มีมาตรการที่รับประกันได้ว่าเด็กจะไม่เป็นโรคภูมิแพ้ถั่วลิสง ไม่มีหลักฐานที่แสดงว่าการหลีกเลี่ยงถั่วลิสงและผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงในการตั้งครรภ์หรือในอาหารของมารดาผู้ให้นมบุตร จะป้องกันโรคภูมิแพ้ในทารก มีหลักฐานบางประการที่แนะนำว่าครีมทาผิวที่ผสมผลิตภัณฑ์ถั่วลิสงอาจกระตุ้นให้มีปฏิกิริยาไว เอกสารพิมพ์ในเร็วๆนี้หลายฉบับแนะนำว่าการให้อาหารที่มีถั่วลิสงผสมในวัยทารก อาจจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคภูมิแพ้ถั่วลิสงก็ได้
ข้าพเจ้าจะหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเตอร์เน็ตได้ที่ไหน?
เว็บไซต์ของสมาคมการแพทย์ภูมิคุ้มกันโรคและโรคภูมิแพ้แห่งออสเตรเลีย (ASCIA) มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้อาหาร เขียนโดยผู้เชี่ยวชาญออสเตรเลีย (www.allergy.org.au)
กลุ่มผู้ช่วยเหลือคนไข้อนาฟีแล็กซิสแห่งออสเตรเลียเสนอข่าวปัจจุบันและคำแนะนำที่มีค่าในการปฏิบัติต่อโรคภูมิแพ้อาหาร(www.allergyfacts.org.au)


ข้อควรจำ
อ่านป้ายอาหารด้วยความระมัดระวัง และคอยระวังอาหารที่ไม่ติดป้ายซึ่งอาจมีผลิตภัณฑ์ถั่วลิสง
ถ้าท่านใช้เอปิเพน เป็นสิ่งสำคัญมากที่ท่านต้องเข้าใจวิธีใช้และท่านมีแผนปฏิบัติอนาฟีแล็กซิสเป็นลายลักษณ์อักษรที่ แพทย์ของท่านจัดทำให้

error: Alert: Content is protected !!