“นักเรียนชั้น ป.๔” เล่าความประทับใจไม่ลืมเลือน เมื่อ รถพระที่นั่งของ “ในหลวง รัชกาลที่ ๙” ติดหล่มอยู่เพียงลำพัง!

มิมิวต้องบอกเลยว่าหากจะย้อนกลับไปค้นหาจุดเริ่มต้นของพระราชกรณียกิจในด้านการพัฒนาแล้ว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์แก่ชาวไทยตลอดพระชนมายุของพระองค์ โดยพระราชกรณียกิจที่สำคัญของพระองค์ คือ การเสด็จพระราชดำเนินเยือนประชาชนในท้องถิ่นต่าง ๆ ของประเทศ ดังในปฐมพระบรมราชโองการในระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม”

กี่ปีมาแล้วที่เห็นพระองค์นั้นทรงเหนื่อยล้ากายและใจ ด้วยความมุ่งหมายว่าจะดูแลแก้ไขป้องภัยให้พสกนิกรชาวไทย แม้จะลำบากเพียงใด ก็ทรงทำเพื่อราษฎรของพระองค์ ไม่มีพระมหากษัตริย์องค์ใด เสมอเหมือนพระองค์ได้อีกแล้ว

พนม ช่อจันทร์ นักเรียนชั้น ป.๔ โรงเรียนบ้านเขาเต่า เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญในชีวิตที่เกิดขึ้นกับเขาโดยไม่คาดฝัน เอาไว้ว่า


เมื่อ ปี พ.ศ.๒๕๐๑ ขณะที่กำลังเล่นสนุกกับเพื่อนอีกสองคน จู่ๆก็เหลือบไปเห็นรถจี๊ปสีเขียวหลังคาผ้าเต็นท์คันหนึ่ง ติดหล่มอยู่ในขี้เลน มีชายคนหนึ่งขับมาคนเดียวและพยายามขับรถขึ้นจากหล่มอยู่นาน เขาและเพื่อนจึงวิ่งเข้าไปช่วยเข็น ท่ามกลางแดดร้อนเปรี้ยง กับความพยายามอยู่ร่วมชั่วโมง แถมยิ่งออกแรงเร่งเครื่องมากเท่าไหร่ ล้อรถก็ยิ่งจมเลนลึกลงไปทุกทีๆ สุดท้ายทุกคนก็หมดแรง ต่างหยุดพักแผ่หรากันอยู่ตรงนั้น


“หนูเคยเห็นคนนี้ที่ไหน” เสียงของชายเจ้าของรถเอ่ยถาม พร้อมยื่นแบงค์ใบละหนึ่งบาทให้ เด็กชายพนมตอบว่า “เคยเห็นแต่ในแบงค์ แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง” ชายคนนั้นถอดหมวกที่สวมอยู่ออก แล้วถามกลับมาอีกว่า “เหมือนเราไหม”

ในวินาทีนั้น เด็กชายทั้งสามคนรู้แล้วว่า ผู้ชายที่เขาเห็นแต่งกายธรรมดาผู้กำลังสนทนาอยู่ตรงหน้านั้นเป็นใคร ต่างก็นิ่งอึ้งและเข่าอ่อน ทรุดนั่งลงกลางเลน กราบลงแทบพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่๙ ทรงตรัสขึ้นว่า “ลุกขึ้น ลุกขึ้นเถิด อย่านั่งเลย มันเลอะ”

หลังจากนั้น พระองค์จึงทรงพระอักษรใส่กระดาษ ให้เด็กชายนำไปส่งให้ครูที่โรงเรียนเทศบาลเขาเต่า ครูได้เห็นจดหมายนี้ก็ยังไม่รู้ว่าเป็นองค์เหนือหัว แต่ด้วยน้ำจิตน้ำใจแบบไทย เห็นใครเดือดร้อนก็ต้องช่วยเหลือ จึงสั่งการเกณฑ์เด็กโตๆ ไปร่วมยี่สิบคน จนในที่สุดรถยนต์พระที่นั่งก็ขึ้นจากหล่มจนได้ ก่อนเสด็จฯ จากไป พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๙ ทรงตรัสว่า “ขอบใจมาก” เสียงนั้นยังก้องกังวานในใจของเด็กชายมาจนตราบทุกวันนี้

ภายหลังจากการพระราชพิธีอภิเษกสมรส พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ การนี้เองจึงถือกำเนิดโครงการแรกอันเนื่องจากพระราชดำริขึ้น ณ ชุมชนบ้านเขาเต่า และนับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการตามพระราชดำริอื่นๆ อีกมากมาย

error: Alert: Content is protected !!